ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง

 

สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 1 ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  รหัสไปรษณีย์ 70180  โทรศัพท์ 032 395342

 

ผู้ให้ข้อมูล

            นาย ยอดธง  มั่นใจ                        รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสวนผึ้ง

            นาย เศรษฐา  บุญทรง                    ปลัดเทศบาลตำบลสวนผึ้ง       

            น.ส.มนัญญา  แย้มอรุณ                 นักวิชาการฝ่ายการศึกษา  

            น.ส ทรัพย์อนันต์  บุญยะวาศรี         หัวหน้าศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง 

 

ผู้รวบรวมและเรียบเรียง 

            พเยาว์  อิศรพันธุ์                           ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี

            สิงหาคม 2550

 

            เด็กปฐมวัย (แรกเกิด – 5 ปี) เป็นช่วงวัยสำคัญของชีวิต  หากถ้าเด็กวัยนี้ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก  ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากครอบครัว  จะสามารถช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพต่อไปได้                                        

            แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป  โครงสร้างของสังคมเปลี่ยนไป จากครอบครัวขยายสู่ครอบครัวเดี่ยว จากแม่ที่ต้องดูแลลูกปฐมวัยอย่างใกล้ชิดก็จำเป็นต้องออกจากบ้านทิ้งลูกทิ้งครอบครัว ทิ้งโอกาสที่มีค่าที่สำคัญที่สุดของชีวิตออกไปช่วยพ่อบ้านประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาช่วยจุนเจือครอบครัว  ที่นับวันค่าครองชีพจะยิ่งสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ของโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนละเลยคุณค่าของชีวิตมนุษย์ไป

            เด็กส่วนหนึ่งออกจากอ้อมอกของครอบครัวสู่ สถานรับเลี้ยงเด็ก  โรงเรียนอนุบาล หรือ ศูนย์เด็กเล็ก  ซึ่งแล้วแต่ช่วงจังหวะของแต่ละครอบครัว  โดยที่รัฐบาลเองก็รับรู้ปัญหาดังกล่าวเหมือนกับประชาชนทั่วไป  จึงได้พยายามส่งเสริม สนับสนุน ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่โดยตรง หรือเกี่ยวข้อง  ดูแลเรื่องเด็กอย่างใกล้ชิด

            เดิมทีมีหลายหน่วยงานที่ดูแลเรื่องศูนย์เด็กเล็ก  เช่น กรมอนามัย กรมการพัฒนาชุมชน กรมการศาสนา ฯลฯ  ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2542  พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง  ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การจัดการศึกษา  การสังคมสงเคราะห์และพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก สตรี คนชราและผู้ด้อยโอกาส

 

 

            เทศบาลตำบลสวนผึ้งเดิมมีฐานะเป็นสุขาภิบาล ต่อมา ปี พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ได้ยกฐานะจากสุขาภิบาลให้เป็นเทศบาลตำบลสวนผึ้งมีฐานะเป็นนิติบุคคล  สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กระทรวงมหาดไทย  มีพื้นที่ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน คือ บางส่วนของหมู่ที่ 1 บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 บ้านทุ่งแฝก และหมู่ที่ 4

บ้านนาขุนแสน เทศบาลตำบลสวนผึ้ง  ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสวนผึ้ง  อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองราชบุรี  60 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 160 กิโลเมตร   มีพื้นที่ประมาณ 9.34 ตารางกิโลเมตร  มีประชาชน จำนวน 2,987 คน   เพศชาย 1,508 คน และ เพศหญิง  1,479 คน  ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพการเกษตร ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และค้าขาย

 

            เทศบาลตำบลสวนผึ้งรับถ่ายโอนเด็กเล็กหรือเด็ก 3 ขวบ จากโรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ  เมื่อปี พ.ศ. 2542  โดยมีเด็กเริ่มแรกจำนวน 50 คน ครูพี่เลี้ยง 1 คน   ซึ่งขณะนั้นศูนย์เด็กเล็กยังคงอาศัยสถานที่ของโรงเรียนชุมชนบ้านบ่ออยู่ก่อน เพราะสำนักงานของเทศบาลเองก็ยังไม่มี   พอรับการถ่ายโอนแล้วเทศบาลจึงทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง สนับสนุนทั้งเรื่องอาหารกลางวัน นม วัสดุอุปกรณ์การศึกษา ชุดผ้ากันเปื้อน ฯลฯ เท่าที่จะสนับสนุนได้

            ปี พ.ศ.2543 ได้ครูพี่เลี้ยงมาเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน ปี พ.ศ.2544 ได้ครูมาเพิ่มอีก

1 คน แต่ไม่ได้มาช่วยศูนย์เด็กเล็ก เพราะต้องช่วยสอนที่โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ เนื่องจากครูขาด  ที่ศูนย์เด็กเล็กจึงยังคงมีครูช่วยดูแลเด็ก  2 คน เหมือนเดิม

            ปี พ.ศ. 2546 เทศบาลตำบลสวนผึ้งก็ได้ขอใช้อาคารเก่าของสำนักงานการศีกษาเขตพื้นที่ แต่ได้รับการปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าจะย้ายนักเรียนอนุบาล 1 อนุบาล 2 โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ มาไว้ที่นี่  เมื่อขอใช้อาคารไม่ได้ จึงขอใช้พื้นที่ว่างที่อยู่ข้างๆเพื่อก่อสร้างศูนย์เด็กเล็ก 

 

บ้านหลังใหม่

·       อาคารสถานที่ น่าอยู่ น่าอาศัย

          ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง  ตั้งอยู่บนเนินเขา มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่ น่าอาศัย  การพัฒนาให้เป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่  เทศตำบลสวนผึ้งเริ่มต้นจากอาคารสถานที่  โดยผู้บริหาร คือ อดีตนายก วงจันทร์ ด้วงปรึกษา เป็นคนนำโครงการเข้าสภา  มอบกองช่างเขียนแปลน โดยก่อนหน้านั้นจะพาเจ้าหน้าที่ไปดูงานในหลายพื้นที่  เพื่อนำตัวอย่างมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเดิมที่มีอยู่  ภายในอาคารศูนย์เด็กเล็กประกอบด้วย ห้องนอน  ห้องทำกิจกรรม ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของ เป็นต้น  งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างครั้งแรกเป็นเงิน 2 ล้าน 6 แสนบาท  เด็กๆได้ย้ายมาอยู่บ้านใหม่เมื่อต้นปี 2549  เป็นการเริ่มต้นเปิดเรียนของปีการศึกษาใหม่พอดี  จากนั้นก็ค่อยๆปรับปรุงมาเรื่อยๆ เช่น ติดมุ้งลวด เหล็กดัด ติดแอร์ห้องนอนและทำห้องอาหาร  ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 5 ล้านกว่าบาท

            สำหรับเรื่องอาคารสถานที่นั้นกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ให้ความสำคัญ  โดยตั้งให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่จะต้องผ่านการรับรอง เพื่อเป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ของกรมอนามัยคือต้องมีอาคารที่ มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย  มีห้องน้ำห้องส้วมที่สะอาดถูกสุขลักษณะ  บริเวณศูนย์เด็กเล็กมีสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกอาคารสะอาดและปลอดภัย  สถานที่เตรียมปรุงอาหารสะอาดถูกสุขลักษณะ  มีพื้นที่ใช้สอยจัดเป็นสัดส่วนและเพียงพอ มีการป้องกันแมลงและพาหะนำโรคเป็นต้น

           

·       เพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง

           การศึกษาหาความรู้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนจะต้องค้นคว้าหามาเพิ่มเติมสมองอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งเราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา  ทั้งในสถานศึกษา นอกสถานศึกษา ในชุมชน ในธรรมชาติ หรือที่อื่นๆ  การศึกษาไม่มีคำว่าช้าเกินไป แก่เกินไป

           สำหรับศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ก็มีการพัฒนาหาความรู้กันตลอดเวลา เช่นกัน

             “..........ครูของเราก็ไปอบรมทั้งปี ทุกหลักสูตร ไม่ว่าที่ไหนจัด ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง กรมส่งเสริมการปกครอง สำนักปลัดการศึกษา ศูนย์อนามัยที่ 4 หรือว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด จัด   เมื่อกลับมาก็จะปรับแนวคิดประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม  ……”  เป็นข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารของเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ที่สนับสนุนด้านความรู้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้เทศบาลยังมีโครงการส่งครูเรียนต่อด้านเอกปฐมวัย ในวันเสาร์ –วันอาทิตย์ เพื่อปรับให้ตรงกับงานที่ทำ  สำหรับจำนวนครูที่เรียนในแต่ละปีก็จะขึ้นอยู่กับกรมว่าจะอนุมัติให้กี่คน 

            ในเรื่องนี้กรมอนามัยได้ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า ผู้ดูแลเด็กร้อยละ 5 ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก  ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กปฐมวัย  เพราะการที่ครูพี่เลี้ยงมีความรู้ ย่อมทำให้ทำงานอย่างมั่นใจทั้งในเรื่องการดูแลเด็กและการให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดกับเด็ก เช่น ภาวะทุพโภชนาการหรือในเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า  ครูพี่เลี้ยงที่ได้รับการศึกษา อบรม จะทำงานได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

 

·       มีคณะทำงานที่เข้มแข็ง

            คณะกรรมการศูนย์เด็กเล็ก มีตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่บ้าน ตัวแทนจากผู้ปกครอง สมาชิกสภา คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลสวนผึ้ง คือ นายกและรองนายกก็จะมาคุยกัน  เราโดยมีการประชุมปรึกษาหารือกันเฉลี่ย 3-4 ครั้งต่อเดือน 

 

·       ให้บริการประทับใจ

 

เด็กต้องมาก่อน

            “...........ศูนย์เด็กเล็กของเราก็มีแต่เด็กแย่งกันเข้าเรียน เพราะฟรีหมดทุกอย่าง ปัญหาการร้องเรียนต่างๆก็เลยไม่เกิด เพราะเราดูแลบุตรหลานของเขาได้ดี เนื่องจากเป็นที่ต้องการของผู้ปกครอง จึงต้องมีมาตรการรับเด็ก โดยจะพิจารณารับเด็กในเขตก่อน ถ้าเกินก็จะตัดไว้เป็นตัวสำรอง  แต่ถ้าเด็กในพื้นที่จำนวนรายหัวว่างก็จะรับเด็กนอกเขตมาเสริม   ตอนนี้ก็มีการจองข้ามปีกันเลยทีเดียว เช่นเด็กอายุได้ 2 ขวบ  9 เดือน ก็จะมาจองไว้ก่อนเลย  หรือว่าเป็นสำรองไว้ปีต่อไป  แต่เราก็จะพิจารณาเด็กในเขตก่อนเพราะถ้า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมาตรวจเขาก็จะดูเด็กในเขตก่อน ต้องให้ความสำคัญกับเด็กในพื้นที่ก่อน ถ้าเด็กไม่พอจึงจะรับเด็กนอกเขตได้........”

 

            เทศบาลตำบลสวนผึ้งมองว่าคนจะดีได้ขึ้นอยู่กับเด็ก  จึงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

            “.........ผู้บริหารของเรามองว่าเป็นจุดขาย จึงกล้าทุ่มให้กับเด็ก  เพราะถ้าเราหล่อหลอมเด็ก 3 ปีให้ดี พอเขาไปต่อที่ชุมชนบ้านบ่อหรือที่อื่น  ถ้าเด็กมีพื้นฐานที่ดีจากเรา  โรงเรียนที่รับต่อจากเราก็สบายใจ   เพราะพอเข้าเรียน 4 ขวบ ก็ไปต่อได้เลย  ช่วยเหลือตนเองได้ อ่านได้  และก็ยังช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อ แม่ ด้วย.........” 

 

 

ประชาชนต้องพึงพอใจ

            ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง  ได้ว่าจ้าง มหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง มาประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของเทศบาล  “......ถ้าเทศบาลประเมินเองก็อาจทำให้ไม่ได้รับความเชื่อมั่น จึงจ้างหน่วยงานที่เป็นกลางมาทำการประเมิน  โดยจะมาสอบถามกับผู้ปกครองเด็กที่มาส่ง -มารับเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กได้เลย  เราจะประเมิน 3 ด้าน คือ ด้านศูนย์เด็กเล็ก  ด้านเบี้ยยังชีพ  และด้านการจัดเก็บภาษี   เพราะตรงนี้เราจะเอาไปคิดเงินปันผล เพื่อขอรับโบนัสปลายปี  ดังนั้นจึงต้องจ้างสถาบันที่เป็นกลางทำการประเมิน  นอกจากนี้เราก็จะได้มีรายงานว่าทั้งปีเราทำงาน  เราได้ประเมินความพึงพอใจของชาวบ้านแล้ว ถ้าออกมาสูงๆหมดก็แสดงว่าเราสอบผ่าน  สอบผ่านในสายตาของชาวบ้าน  ประชาชน......”

            ได้รับการบอกเล่าเพิ่มเติมว่า  การประเมินความพึงพอใจของชาวบ้านนั้นเทศบาลอื่นๆก็ทำกันเหมือนกัน แต่หัวข้อการประเมินอาจจะไม่เหมือนกันอยู่ที่เป้าหมายของการทำงาน   บางเทศบาลก็จะไม่สนใจศูนย์เด็กเล็กเลย  จะไปสนใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า

            จากการพูดคุยสังเกตได้ว่า ปลัดเทศบาลมีประสบการณ์ในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กมาหลายแห่ง   เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจ  ก็ได้รับคำตอบว่า ลูกๆอาจจะมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจ เพราะมีลูกอยู่ในวัยปฐมวัยเช่นเดียวกับเด็กๆในศูนย์เด็กเล็ก  

            “........ได้ไปเยี่ยมศูนย์เด็กเล็ก  เห็นเด็กอยู่ไม่ค่อยดี ก็ระเหี่ยใจ  ลูกก็อาจจะมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจ  เพราะว่าถ้าเราเลี้ยงลูกเราดี  ลูกของผู้ปกครองที่มาอยู่กับเราก็ต้องเลี้ยงให้ดีด้วย  พอเราทำให้ที่หนึ่งดีแล้ว พอย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก็อยากจะพัฒนา ปรับปรุง ให้ดีเหมือนกับที่เก่าอีก  อีกอย่าง ถ้าใครมาดู แล้วบอกว่าศูนย์เด็กเล็กของเทศบาลเราไม่ดี ก็รู้สึกขายหน้า........”  นอกจากนี้ยังได้รับคำบอกเล่าว่าที่เทศบาลตำบลสวนผึ้งมีบุคคลากรค่อนข้างเพียงพอ  การดำเนินงานจึงเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว 

 

สวัสดิการและรายได้ครูเพียงพอ

            บุคคลทุกคนในองค์กรต้องการมาตรฐานการครองชีพที่ดีมีความสุขมั่นคง ปลอดภัย มีความสะดวกสบายพอสมควร ต้องการปัจจัยสี่ ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องเงิน การให้ค่ารักษาพยาบาล มีประกันสุขภาพ ตลอดจนอยู่ในสถานที่ทำงานที่ สวยงาม ปลอดภัย ย่อมทำให้คนทำงานมีความสุข

            จากการสังเกตพบว่าครูพี่เลี้ยงที่เทศบาลตำบลสวนผึ้ง มีความสดใส ร่าเริง  ดูมีความสุข ในการทำงาน  จากการพูดคุยก็ได้รับคำบอกเล่าว่า ครูพี่เลี้ยง ที่นี่จะได้รับเงินเดือน 7,300 บาท เป็น ลูกจ้างตามภาระกิจ มีค่าครองชีพ  ค่าประกันสังคม 10 % มีโบนัส 3 เท่าของเงินเดือน มีค่ารักษาพยาบาล มีวันลาเหมือนข้าราชการทั่วไป 

            เมื่อรายได้เพียงพอ  สวัสดิการดี  สถานที่ทำงานก็ใกล้บ้านและสวยงามปลอดภัย ก็ทำให้ครูพี่เลี้ยงทำงานด้วยความสุขสบายใจ อย่างแน่นอน

 

ผู้นำมีวิสัยทัศน์

           ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม  วัฒนชัย  ได้ให้ความหมาย คำว่า “วิสัยทัศน์ “ไว้ว่า วิสัยทัศน์ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า “Vision” แปลว่า ความคาดหมายที่จะกระทำในอนาคตหรือการมองเป็นระบบเพื่อให้รองรับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือเพื่อการพัฒนา แนวโน้มที่เกิดขึ้นในอนาคต

            จากการสอบถามถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งก็ได้รับคำชี้แจงว่า

            “.........คิดว่าประเด็นแรกน่าจะอยู่ที่ผู้บริหาร นายกต้องเอา เพราะถ้านายกเอาจะสามารถต่อรองกับสภาได้  ว่าปีนี้ จะทุ่มงบประมาณที่ศูนย์เด็กเล็ก เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของเทศบาลเรา  ถ้านายกรับเอาเข้าสภา เรื่องมันก็รื่น  ที่นี่ขออะไรก็ได้.........” 

            รองนายกฯ ได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า ” .......เห็นเด็กตื่นตี 5 หน้าหนาว ต้องนั่งรถไปเรียนในเมือง ก็รู้สึกไม่สบายใจ  เพราะที่นี่หน้าหนาวก็หนาวมาก  ผมก็คิดว่าจะทำอย่างไร ให้เด็กๆมีที่เรียนที่ดี    จากนั้นจะเรียนต่อที่ไหนก็แล้วแต่ความสามารถของ พ่อ แม่ .........” 

            แสดงให้เห็นถึงความมีวิสัยทัศน์  และความเมตตาของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก  เมื่อเห็นสภาพที่เด็กต้องตื่นแต่เช้า สลึมสลือออกจากที่นอนนั่งรถไปเรียนในเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไป  โดยที่ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน  ซึ่งในทางที่เหมาะที่ควรแล้วเด็กในวัยนี้ควรจะได้มีความสุขกับการนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในที่นอนอันแสนจะอบอุ่นสบาย  เพื่อการเจริญเติบโตที่สมวัย  เด็กๆควรได้เรียนใกล้บ้าน ได้มีเวลาเล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ  ไม่ควรต้องมาเสียเวลาและทุกข์ทรมานกับการเดินทาง  ก่อนวัยอันควร

            ผู้บริหารเทศบาลตำบลสวนผึ้งตั้งเป้าหมายไว้ว่า “........ภายใน 5 ปี จะขยายให้บริการด้านการศึกษาถึงอนุบาล 2  ซึ่งก็คงจะหยุดเพียงอนุบาล 2 เพราะถ้าจะรับถึง ป1. – ป.6 คิดว่าภาระจะหนักเกินไป แต่ก็ต้องแล้วแต่นโยบายของรัฐบาลด้วยและถ้าจะต้องขยายอีก   ก็จะต้องมีองค์ความรู้ให้มากกว่านี้……”

 

·       ผู้ปฏิบัติรักและใส่ใจงาน

            หัวหน้าศูนย์เด็กเล็ก หรือครูเอ็ม เคยมีประสบการณ์การทำงานดูแลเด็กมาก่อนแล้ว โดยเคยเปิดเป็นสถานรับเลี้ยงเล็กที่บ้าน  ก็ได้รับความนิยมจาก พ่อ แม่ ผู้ปกครองดี  แต่ต่อมาติดปัญหาคือผู้สูงอายุที่บ้านไม่ค่อยได้พักผ่อน  จึงต้องหยุดกิจการและคิดว่าการทำงานที่ศูนย์เด็กเล็กจะสบายใจกว่า ครูเอ็มเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า   “........ ที่บ้านเรียนครูกันทุกคน  เป็นครูกันทุกคน มีความผูกพันกับเด็ก   และตัวเองก็ไม่มีครอบครัว จึงทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ .......” จากการพูดคุยพบว่าครูเอ็มมีความพร้อมในการเป็นหัวหน้าศูนย์ฯทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และได้รับการยอมรับจากน้องๆที่เป็นครูพี่เลี้ยงด้วยกัน  นอกจากนี้ครูเอ็ม ยังได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้น้องๆทำอย่างชัดเจน เหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน  มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 

            ผู้เขียนเคยพูดคุยกับ ครูเอ็ม หลายครั้ง และติดตามการทำงานมาระยะหนึ่ง พบว่า การทำงานของครูเอ็ม เข้าหลักคุณธรรม 4 ประการ เรียกว่า “อิทธิบาท 4” คือ 1.ฉันทะ คือ ความชอบใจ  ความรัก ความพอใจในงานที่ทำ 2. วิริยะ คือ ความขยันหมั่นเพียร  ความอุตสาหะพยายาม  ทำงานจนประสบความสำเร็จ  3. จิตตะ คือ ความจดจ่อ ใส่ใจ  หรือความตั้งมั่นของจิตใจ  ความไม่ทอดทิ้งงาน 4.วิมังสา คือ ความใคร่ครวญ การใช้เหตุผล  ใช้สติ ใช้ปัญญา ในการทำงานนั่นเอง

 

·       การพัฒนาไม่หยุดยั้ง

            มาตรการเชิงรุกเข้าถึงชุมชนของศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้คือ ตอนนี้จะตรวจสอบดูทะเบียนเด็กในพื้นที่ว่าเด็กชื่ออะไร  บ้านอยู่ไหนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลสวนผึ้ง อายุครบเข้าเรียนในศูนย์เด็กเล็กหรือยัง  ก็จะไปติดต่อสอบถามก่อนล่วงหน้าเพื่อวางแผนการทำงาน  ถ้าหากจำนวนเด็กมีไม่ครบ 60 คน ก็จะต้องหาเด็กเพิ่มให้ครบ โดยอาจจะลดระดับอายุเด็กลงมา

เป็น 2 ขวบ 9 เดือน หรืออาจจะรับเด็กนอกพื้นที่ ให้ครบจำนวน  ศูนย์ฯจะไม่ปล่อยให้จำนวนเด็กว่างไว้ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเด็กเอง  เพราะยังมีเด็กนอกพื้นที่อีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการเข้าเรียนในศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้  นอกจากนี้ก็เป็นการป้องกันการต่อว่าจากผู้ปกครองบางคน  ที่ไม่พาเด็กมาสมัครตรงตามกำหนดเวลา  แต่พอเลยกำหนดก็จะพาเด็กมาฝาก  และอ้าง ว่าไม่รู้เรื่อง  ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน  เพราะศูนย์ฯได้รับเด็กคนอื่นเต็มไปแล้ว   เช่น เด็กนอกพื้นที่ เป็นต้น  และบางปีก็จะมีเด็กพิเศษ เช่น เด็กสมาธิสั้น  เด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง  ครูพี่เลี้ยงก็จะต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อมีจำนวนเด็กเพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้

            นอกจากนี้ยังมีโครงการสืบสานประเพณีกินข้าวห่อ ซึ่งเป็นประเพณีของท้องถิ่น  โดยจะทำในช่วงเดือน 9 ของทุกปี  มีกิจกรรมผูกแขนเรียกขวัญ และกินข้าวร่วมกัน เรียกว่า กินข้าวห่อในหมู่ญาติพี่น้องและแขกผู้มาเยี่ยมเยือน  เป็นกลวิธีอย่างหนึ่งที่จะเรียกลูกหลานกลับบ้าน 

            การเผยแพร่ผลงาน  ตอนนี้ก็มีศูนย์เด็กใกล้เคียงมาขอความรู้ มาขอดูงาน เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานในศูนย์เด็กเล็กตนเอง  

            การทำงานที่มีประสิทธิภาพทำให้ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งได้รับคำยกย่องชมเชย จากหลายฝ่ายทั้งจากโรงเรียนที่รับเด็กต่อจากศูนย์เด็กเล็ก  จากผู้ปกครองเด็กที่พอใจกับพัฒนาการที่ดีของบุตรหลานและที่สำคัญคือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย  และชุมชน ก็พลอยได้รับชื่อเสียงที่มีศูนย์เด็กเล็กที่ดีเป็นที่ดูงาน  ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุขให้เป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ระดับดีมาก ปี 2549 ,2550  และได้รับการคัดเลือกจากศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี ให้เข้าร่วมประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับประเทศ 

            บุญกุศลที่ทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งช่วยให้เด็กๆ ได้มีที่อยู่ที่อาศัยที่สบายและปลอดภัย  ได้กินอิ่ม นอนหลับ  และอบอุ่นด้วยความรักจากผู้ใหญ่ใจดีทุกคน  คงจะเห็นผลได้ในเวลาที่ไม่นานนักเราคงจะได้เห็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี มีคุณค่าในอนาคตอย่างแน่นอน